|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันอังคารที่ ๓๐ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เวลา ๐๗:๐๐ น. |
|
โลกเราในทุกวันนี้ล้วนเต็มไปด้วยเชื้อโรคและฝุ่นละอองต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นการยากที่เราจะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเชื้อโรคและฝุ่นละอองที่มากมายเหล่านี้ ยังเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งโรคภูมิแพ้ ที่เราพบเห็นกันทั่วไป โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งในคนปกติไม่มีปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นซึ่ง ผู้ที่เป็นโรคนี้ จะมีปฏิกิริยาภูมิที่ไวต่อ ฝุ่น ตัวไรฝุ่น เชื้อราในอากาศ อาหาร ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เป็นต้น และสารที่ก่อให้เกิดโรคนี้เราเรียกกันว่า สารก่อภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ สามารถแบ่งได้ตามอวัยวะที่เกิดโรคได้ 4 โรค คือ โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาการที่โดยทั่วไป คือ อาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก คันตา คันบริเวณเพดานปากและลำคอ อาการต่าง นี้ เป็นอาการที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ผู้ที่มีปฏิกิริยาภูมิแพ้ในร่างกาย แบ่งเป็น 2 แบบ ตามช่วงเวลาการเกิดอาการ คือ พวกที่เป็นตลอดปี กับพวกที่เป็นบางฤดู จากการศึกษาในประเทศไทยพบว่า คนไทยส่วนใหญ่จะเป็นตลอดปี 
กลไกการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ โดยปกติ เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ เข้าไปในร่างกายบ่อยๆ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะทำการจดจำ และสร้างภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่ มีสมบัติเป็นโปรตีน เรียกว่า IgE ( อ่านว่า ไอ-จี-อี ) และเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไปอีก สารก่อภูมิแพ้ จะไปจับกับ IgE ซึ่งอยู่บนเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดขาวนี้จะแตกออกและปล่อยสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฮิสตามีน (histamine) ออกมา เจ้าสารฮิสตามีนนี้แหละ จะเป็นตัวที่ทำให้เยื่อบุจมูก เยื่อบุตา ลำคอ เกิดการอักเสบ เกิดการบวม และสร้างเมือกออกมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการ คัดจมูก น้ำมูกไหล และคันจมูกตามมา โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ คือถ่ายทอดจากพ่อและแม่ มาสู่ลูก เหมือนภาวะอื่น ๆ ในทางกลับกัน แม้ว่าพ่อแม่ของเราจะเป็นโรคภูมิแพ้ เราอาจจะไม่มีอาการใด ๆ เลยก็ได้ วิธีการป้องกัน วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโรคภูมิแพ้ คือ การป้องกันมิให้ได้รับสารที่แพ้ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ รับประทานอาหารถูกส่วน และไม่เครียด คือ การเสริมสุขภาพทั่วไปให้ดีนั้น ทำให้อาการทุเลาได้
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม http://thaimed.com/thaiallergy/Default.htm |
|
LAST_UPDATED2 |