การติดต่อขั้วโลกเหนือ เป็นอาณาเขตอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ยังเข้าไปรุกรานตั้งถิ่นฐานขนาดมหึมาไม่ได้เนื่องจากสภาพอากาศเย็นมหากาฬ จนสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ยากจะไปอาศัยอยู่ได้"อาร์กติก"

เป็นชื่อของดินแดนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งแห่งหนึ่งในขั้วโลกเหนือ กินพื้นที่ครอบคลุมรัสเซีย อลาสกา แคนาดา ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และมหาสมุทรอาร์กติก นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั่วโลกมักใช้อาร์กติกเป็นสถานีทดลองความเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะสภาวะแวดล้อมของดินแดนแห่งนี้ "ไว" ต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากกว่าพื้นที่ส่วนอื่นๆ ถ้ามีเหตุผิดปกติทางธรรมชาติเกิดขึ้นในอาร์กติกก็เท่ากับเป็น "สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า" ให้ชาวโลกเตรียมระวังตัวกันไว้ให้ดี

ล่าสุด เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา "คณะกรรมการศึกษาสภาพแวดล้อมอาร์กติก" หน่วยงานในสังกัดมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยข้อมูลตอกย้ำถึงพิษภัยสภาวะ "โลกร้อน" อีกครั้งว่าเป็นตัวการสำคัญทำให้ "น้ำแข็ง" ในอาร์กติกละลายอย่างรวดเร็ว..และกระบวนการปรับตัวตามธรรมชาติไม่สามารถหยุดยั้งการละลายของน้ำแข็งดังกล่าวได้เลย!

สิ่งที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นคือในอนาคตน้ำแข็ง (เพอร์มาฟรอสต์) ที่สะสมอยู่ใต้พื้นผิวอาร์กติกก็จะเริ่มละลายเช่นกัน ทำให้ก๊าซคาร์บอน (ต้นเหตุหนึ่งของสภาวะโลกร้อน) ที่เคยถูกกักเอาไว้ในน้ำแข็งชนิดนี้แผ่ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น

เมื่อคำนวณดูแล้วพบว่า ภายในระยะเวลา 100 ปีจากนี้ ในเขตอาร์กติกอาจมีน้ำแข็งหลงเหลืออยู่เลยในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นสภาพทางธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับโลกเรามานานนับล้านปี

ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ระดับน้ำทะเลจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น สร้างความเดือดร้อนแก่พื้นที่ "ชายฝั่งทะเล" ทั่วโลก!

"อาร์กติกนั้นแตกต่างจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของโลกตรงที่มันเคยมีน้ำแข็งปรากฏอยู่ทั่วไปทั้งใต้พื้นผิว ในมหาสมุทร และบนพื้นดิน แต่ปัจจุบันเราเห็นแล้วว่าน้ำแข็งเหล่านี้กำลังละลาย และสถานการณ์จะเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ผลที่ตามมาก็คืออาร์กติกอาจกลายเป็นดินแดนที่ไม่มีน้ำแข็งอีกต่อไป" โจนาธาน โอเวอร์เพ็ก ประธานคณะกรรมการศึกษาสภาพแวดล้อมอาร์กติก กล่าวเตือน

บางทีคนรุ่นนี้อาจมีชีวิตอยู่ดูโลกไม่นานจนถึงวันที่น้ำแข็งสาบสูญจากไปจากอาร์กติก

แต่คนรุ่นหลังคงต้องคอยภาวนาสวดมนต์เอาไว้ให้ดีว่า การพยากรณ์ในเรื่องนี้ของนักวิทยาศาสตร์จะผิดพลาด!

(ข่าวสด)